ทัศนคติของผู้บริโภคกับการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติ

0
1808

ทัศนคติของผู้บริโภคกับการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติ – จากการสำรวจความคิดเห็นเรื่องการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติของผู้บริโภคราว 5,000 ราย ใน 10 ประเทศ ทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งจัดโดยความร่วมมือระหว่าง TNS ผู้วิจัยการตลาดระดับสากล กับ GNT ผู้ผลิตสีผสมอาหารจากธรรมชาติ โดยต้องการศึกษาลึกลงไปยังทัศนคติของผู้บริโภคเหล่านี้ ว่ามองผลิตภัณฑ์ที่ใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติอย่างไร

จากผลสำรวจพบว่าผู้บริโภคมากถ7ง 54% ต้องการให้มีการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติกับตัวผลิตภัณฑ์ โดยไม่มีการใช้สารสังเคราะห์ทางเคมีอื่นๆ เลย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่พวกเขาใช้ในการพิจารณาเลือกซื้ออาหาร

นอกจากนี้ ผู้บริโภค 67% ต้องการข้อความสื่อสารถึงเรื่องนี้บนฉลากอย่างเด่นชัดและเข้าใจง่าย

โดยข้อความบนฉลากที่พวกเขาตอบสนองมากที่สุดคือข้อความที่บอกว่า ‘มีการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติจากผัก-ผลไม้ 100%’ (คิดเป็นจำนวน 85% ของผู้ตอบแบบสอบถาม รองลงมาคือผลิตภัณฑ์ที่มีการเคลมว่าใช้สีผสมอาหารที่มาจากธรรมชาติ (ได้รับการยอมรับจากผู้ตอบราว 75%) โดยผู้ตอบ 69% มองว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาตินั้น มีความปลอดภัยต่อการบริโภค และยังเชื่ออีกด้วยว่าการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาตินั้นให้ผลดีต่อสุขภาพของตน (67%)

สำหรับการใช้ข้อความเหล่านี้กับตัวผลิตภัณฑ์นั้นพบว่า หากมีการระบุการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติกับผลิตภัณฑ์ที่มีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติน้อยอย่าง Soft Drinks หรือขนมหวาน จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ดูสูงขึ้น ในขญะที่ผลิตภัณฑ์ที่มีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติสูงอย่างโยเกิร์ต ข้อความที่ระบุว่า

‘ไม่ใช้สีผสมอาหารสังเคราะห์’

จะได้ผลทางการตลาดมากกว่า ดังนั้น การเข้าใจว่าผู้บริโภคมองผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นอย่างไรก่อนทำการกำหนดข้อความที่ระบุบนฉลากจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งข้อความเหล่านี้จึงต้องมีการนำมาใช้แตกต่างกันออกไปตามแต่ประเภทของผลิตภัณฑ์ กลุ่มลูกค้า และวัฒนธรรมการบริโภคของแต่ละประเทศ

นความคาดหวังจากผู้บริโภคที่มีต่อการใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาตินั้น ผู้ตอบเกือบครึ่งหนึ่ง (42%) ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติไว้นั้น ควรมีแหล่งที่มาจากอาหารตามธรรมชาติมาใช้ 100% โดยไม่มีสิ่งอื่นเจือปน ในขณะที่ 21% ของผู้ตอบมองว่า สามารถนำสารสกัดธรรมชาติที่นอกเหนือจากอาหารมาใช้ร่วมด้วยก็ได้ และมีเพียง 5% เท่านั้นที่ยอมอนุโลมให้มีการใช้สีผสมอาหารร่วมกับสารสังเคราะห์

จากอัตราดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สีสังเคราะห์กันมากขึ้น ในผลิตภัณฑ์บางประเภทเช่นขนมหวาน มีผู้บริโภคราว 40% ต้องการจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สีสังเคราะห์ และในปัจจุบัน ก็ได้มีการพัฒนาสีผสมอาหารจากส่วนผสมธรรมชาติที่ทานได้ออกมามากมาย ซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อโซลูชันที่หลากหลาย ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านความหลากหลาย ความคงทน อายุการเก็บ และความสดของตัวสี เพื่อตอบรับกับความต้องการดังกล่าว


Source: http://www.foodbev.com/news/food-colour-update/