TED Fund ดัน “ไอเดีย” สู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม

0
950

พราะการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ TED Fund จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อติดปีกให้กับคนไทยที่มีไอเดียและความมุ่งมั่น รวมถึงสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีไทยให้สามารถสานฝันสร้างกิจการเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation-Based Enterprise Development Fund – TED Fund) ถือกำเนิดขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ให้จัดตั้งกองทุนฯ ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อดำเนินงานสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการรายใหม่ ให้สามารถดำเนินธุรกิจบนฐานขององค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มปริมาณการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน และก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีความก้าวหน้าและยั่งยืน

ระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีการแนะนำและเปิดตัวกองทุน TED Fund ออกสู่สาธารณชนเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีภารกิจหลักในการมอบทุนดำเนินธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนให้แก่นักศึกษา หรือผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาไม่เกิน 7 ปี หรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย หรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ผ่าน “โครงการจัดสรรเงินสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Public Walk-in)” หรือ TED Fund Batch 1 โดยผู้ที่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจะได้รับเงินสนับสนุนในรูปแบบทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน (Matching Grant) ภายใต้กรอบการสนับสนุน 90% ของมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการที่สามารถขอรับทุนจาก TED Fund ต้องมีคุณสมบัติต่างๆ ประกอบด้วย

  1. มีความร่วมมือด้านการพัฒนานวัตกรรม หรือมีกิจกรรม หรือมีการพัฒนาศักยภาพ หรือมีความร่วมมืออื่น เช่น การทำกิจกรรมฝึกอบรม การบ่มเพาะธุรกิจ หรือรูปแบบอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิจัย เพื่อริเริ่มหรือขยายธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม และจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย (ณ เวลาก่อนเซ็นสัญญากับกองทุน)
  2. มีการพัฒนาธุรกิจบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพทางการตลาด สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
  3. มีผลลัพธ์หรือผลผลิตที่ชัดเจนภายในระยะเวลาที่ได้รับการสนับสนุนทุน
  4. มีความพร้อมในการร่วมลงทุนในลักษณะที่เป็นงบประมาณ (In Cash) ไม่น้อยกว่า 10% ของมูลค่าโครงการ

“TED Fund ได้รับงบประมาณตั้งต้นจากการได้รับโอนเงินกองทุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตาม พ.ร.บ.การบริหารทุนหมุนเวียน จำนวน 2.5 พันล้านบาท โดยในปี 2561 TED Fund จัดสรรเงินกองทุน 200 ล้านบาทให้กับโครงการที่ได้รับการอนุมัติรายละไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยเราวางเป้าหมายในการสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 100 ราย” รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร TED Fund กล่าว

รศ.นพ.สรนิต กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ TED Fund ได้อนุมัติเงินสนับสนุนไปแล้ว 23 โครงการ 42 ล้านบาท อาทิ โครงการ “เฮลท์สไมล์ : AI สำหรับตรวจสุขภาพที่เฉพาะกับความเสี่ยง”, โครงการ “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากแป้งกล้วย”, โครงการ “แอพลิง – โมบายโซลูชันแผนที่เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ”, โครงการ “เวนิวอี : Online Marketplace ที่รวบรวมสถานที่สำหรับการจัดงานประชุมและอีเว้นท์” เป็นต้น และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอีกเกือบ 200 โครงการ โดยโครงการจะมีหลักคัดกรองที่สำคัญคือ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสขยายตัวและต่อยอดเชิงธุรกิจได้ สามารถขายผลิตภัณฑ์ได้ (First Dollar) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 12-18 เดือน รวมถึงการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม

“TED Fund ต้องการทำไอเดียให้มีการปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะงานวิจัยต้องไม่ใช่ของขึ้นหิ้ง แต่ต้องทำออกมาสู่สังคมได้ สามารถพัฒนาและทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเราไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์อย่างเดียว แต่เราให้ความสำคัญกับการเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ทำประโยชน์ได้จริงต่อเศรษฐกิจ และสังคม โครงการที่ได้รับการอนุมัติแทนที่จะได้รับเงินทุนแล้วจบ แต่เรายังช่วยเขาพัฒนาศักยภาพ จัดการอบรม เทรนนิ่งด้านธุรกิจ ให้เขาเรียนรู้การทำมาร์เก็ตติ้ง เรากำลังสร้างนักธุรกิจใหม่ โดยจัดหลักสูตรที่มีโค้ชเป็นนักธุรกิจซึ่งประสบความสำเร็จจริงๆ มาสอน เพื่อสนับสนุนให้โครงการต่างๆ ที่ได้รับการอนุมัติเกิดเป็นธุรกิจจริงๆ ขึ้นมา”

อกจากการให้ทุนสนับสนุนผ่านการวอล์กอินเข้ามาแล้ว TED Fund ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น การทำงานร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ เมืองนวัตกรรมอาหาร และกับมหาวิทยาลัยโดยตรง ซึ่งปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานกรรมการบริหาร TED Fund เปิดเผยว่า ทางกองทุนฯ มีแผนการทำ big project ร่วมกับสถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ไทย ในการพัฒนาเครื่องไม้เครื่องมือวินิจฉัยทางการแพทย์ต่างๆ (เช่น เครื่องตรวจเลือด เครื่องตรวจปัสสาวะ) ที่เป็นไอเดียของคนไทย และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นของคนไทยขึ้นมาเอง และในปีหน้า TED Fund ก็ยังมีแผนงานที่จะพัฒนาความหลากหลายของความร่วมมือกับพันธมิตรให้มากขึ้น เพิ่มวงเงินสนับสนุนทุน และเจาะลึกในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ให้มากขึ้น โดยยังคงหลักการเดิมคือการนำงานวิจัยหรือองค์ความรู้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆ ต่อเศรษฐกิจและสังคม และจะยึดกลุ่มอุตสาหกรรม 10 S-Curve ของรัฐบาลเป็นหลัก (ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร, หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม, อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร)

“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม TED Fund จึงต้องการให้มีการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง และสนับสนุนให้มีการนำงานวิจัยในมหาวิทยาลัยมาทำออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์หรือจะตอบแทนคืนสังคมก็ได้ ซึ่ง TED Fund สามารถ provide ทุนสนับสนุนให้ไอเดียหรือแนวคิดต่างๆ พัฒนาสู่การออกผลิตภัณฑ์จริงได้” ประธานกรรมการบริหาร TED Fund กล่าวทิ้งท้าย

Project Focus

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากแป้งกล้วยโครงการ “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากแป้งกล้วย” โดย ฐานพัฒน์ ธนวิทย์โภคิน เป็น 1 ใน 11 โครงการที่ได้รับการสนับสนุนทุนจากโครงการจัดสรรเงินสนับสนุนผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Public Walk-in) หรือ TED Fund Batch 1 ซึ่งได้ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิม คือ เครื่องดื่มผงจากกล้วยหอมผสมเวย์โปรตีน และเครื่องดื่มผงจากกล้วยหอมผสมธัญพืช

เป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการ TED Fund Batch 1 ของฐานพัฒน์ คือการสร้างธุรกิจนวัตกรรมอาหารที่มีคุณค่าทางการตลาดสูง และขยายสู่กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายขึ้น โดยมีไอเดียในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกล้วยผงแปรรูปจากแป้งกล้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแป้งกล้วยสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งมีไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย ปราศจากคอเลสเตอรอล มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เพื่อช่วยเสริมสุขภาพ และชะลอความเสื่อมถอยของร่างกาย โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้ประมาณ 40% ในปีแรก และที่สำคัญคือ มุ่งหวังให้ “นวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากแป้งกล้วย” เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพของกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย

“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม TED Fund จึงต้องการให้มีการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง และสนับสนุนให้มีการนำงานวิจัยในมหาวิทยาลัยมาทำออกมาเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นในเชิงพาณิชย์หรือจะตอบแทนคืนสังคมก็ได้”