QR Codes Promotes Consumer Confidence

0
1154

ผู้บริโภคนับวันจะยิ่งใส่ใจกับข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารยิ่งกว่าแต่ก่อนทั้งในแง่ของคุณภาพและความปลอดภัย ข้อมูลบนฉลากที่บ่งชี้ ส่วนผสมและวันหมดอายุอาจจะไม่เพียงพอสำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว เมื่อผู้บริโภคยังต้องการทราบถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์คุณภาพในกระบวนการผลิต ความ  ปลอดภัย ไม่มีการปนเปื้อน และข้อมูลอื่นๆ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกซื้ออาหาร

ระบบทวนสอบย้อนกลับจึงเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการให้ข้อมูลเส้นทางของอาหารนั้นๆ ตั้งแต่วัตถุดิบ ผ่านกระบวนการผลิต จนมาถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยผู้ผลิตลดความสูญเสียในการเรียกคืนสินค้า สามารถเรียกคืนได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วในปริมาณที่ควรจะเป็น

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารรายใหญ่และเป็นครัวของโลกจำเป็นที่จะต้องเริ่มนำเอาระบบการทวนสอบย้อนกลับเข้ามาใช้ในซัพพลายเชนอย่างจริงจัง

ทั้งนี้เนื่องจากประเทศคู่ค้ารายสำคัญ ของไทย ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ต่างก็กำหนดกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้าให้ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเรื่องการสืบค้นย้อนกลับหรือสืบแหล่งที่มาของอาหาร

 

หนึ่งในข้อกำหนดที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกานำมาบังคับใช้กับประเทศผู้ส่งออกอาหาร ได้แก่ ข้อกำหนดด้านการเก็บและตรวจสอบบันทึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการเก็บบันทึกข้อมูลของผู้ผลิต แปรรูป บรรจุ ขนส่ง กระจาย รับ เก็บ หรือนำเข้าสินค้าอาหาร ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และห่วงโซ่การกระจายอาหาร เมื่อเกิดเหตุการณ์คุกคามต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

แน่นอนว่าผู้บริโภคเป็นผู้ที่จะได้รับผลกระทบ โดยตรงหากผลิตภัณฑ์อาหารที่กินเข้าไปมีการปนเปื้อนหรือเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ พวกเขาจึงต้องพิจารณาเลือกซื้ออาหารอย่างรอบคอบ โดยหลักการระบบทวนสอบย้อนกลับนั้น ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์หรือสืบค้นข้อมูลได้ตั้งแต่แหล่งกำเนิดไล่ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย ภายใต้การบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบในทุกๆ กระบวนการ

การใช้ QR Code เข้ามาช่วยในระบบการทวนสอบย้อนกลับจึงมีใช้กันมากขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันมีส่วนช่วยพัฒนาการถ่ายโอนข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับระบบทวนสอบย้อนกลับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ในทุกวันนี้ที่โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย การใช้ QR Code เข้ามาช่วยในระบบการทวนสอบย้อนกลับจึงมีใช้กันมากขึ้น เนื่องจากมีการตอบสนองที่รวดเร็วและสามารถเก็บความจุได้มากกว่าบาร์โค้ดทั่วไป โดยถูกนำไปใช้งานด้านต่างๆ มากมาย เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลให้กับผู้บริโภคได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และฉลากสินค้าอาหารก็เป็นหนึ่งในนั้น

การสแกนผ่าน QR Code ด้วยโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องถ่ายรูปและโปรแกรม QR Code Reader ทำได้อย่างรวดเร็วโดย QR Code จะเป็นตัวเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ การค้นหาข้อมูลที่ต้องการและเชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ในการค้นหาข้อมูลปลายทางโดยอัตโนมัติ หลังจากที่ฐานข้อมูลได้ทำการประมวลผลแล้วก็จะส่งผลลัพธ์ที่ได้กลับไปยังต้นทาง ซึ่งในที่นี้ก็คือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเห็นรายละเอียดของข้อมูลสินค้าผ่านระบบ QR Code ได้

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดในการนำ QR Code มาใช้เพื่อสร้างความสะดวกให้กับผู้บริโภคสำหรับเข้าถึงข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ก็คือ เบทาโกร ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรายแรกของไทยที่ใช้การทวนสอบย้อนกลับในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ช่วยเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย ในอาหาร ซึ่งเบทาโกรได้พัฒนา ต่อยอดหลังจากที่มีการตรวจสอนย้อนกลับผลิตภัณฑ์เนื้อหมูและไก่อย่างครบวงจรมา ตั้งแต่ปี 2545 หรือที่มีชื่อว่า เบทาโกร อี-เทรซ อะบิลิตี้ (Betagro e-Traceability)

ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลสินค้าได้ทันทีผ่านทาง QR Code ซึ่งใช้งานง่ายเพียงแค่สแกน QR Code จากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนสินค้าที่ผลิตและบรรจุออกจากโรงงาน

ก็สามารถตรวจสอบได้ถึงข้อมูลการผลิตและแหล่งที่มาตั้งแต่ขั้นตอนแรก ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ครอบคลุมทุกพื้นที่ส่วนใหญ่ในเมืองไทยมีการพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แต่ก็เริ่มมีการรณรงค์ให้นำมาใช้ในสินค้าผักและผลไม้กันมากขึ้น เพื่อช่วยยกระดับและพัฒนาสินค้า โดยสินค้าเหล่านี้ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้จนถึงแปลงผลิตผ่านทาง QR Code ที่ติดอยู่บนผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค รวมถึงยังช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการฟาร์มที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างความปลอดภัยในทุกกระบวนการผลิต

โดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะแปลงเป็นหมายเลขประจำตัวผักที่สามารถเก็บใน QR Code

เกษตรกรจะใช้การบันทึกข้อมูลที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเพื่อส่งไปที่ระบบฐานข้อมูลกลางโดยข้อมูลที่เกษตรกร จัดเก็บนั้น ได้แก่ เลขที่ใบส่งผัก วันที่ส่งสินค้า ชื่อสวนผัก เลขที่ใบสั่งซื้อ โดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะแปลงเป็นหมายเลขประจำตัวผักที่สามารถเก็บใน QR Code และส่งต่อไปยังระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อใช้เป็นการยืนยันตัวตนของผักสด ส่วนในโรงงานคัดบรรจุและผู้ค้าส่งก็จะต้องบันทึกข้อมูลในแบบที่คล้ายคลึงกัน

ด้วยการจัดเก็บข้อมูลแบบนี้ ผู้บริโภคจึงสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าแหล่งที่มาของผักสดที่หยิบขึ้นมาดูนั้นมาจากแหล่งใดก็เพียงแค่หยิบมือถือมาสแกน QR Code เท่านั้น ระบบดังกล่าวทำให้สามารถตรวจสอบคุณภาพได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วในทุกขั้นตอน เมื่อมีการตรวจพบปัญหาในขั้นตอนใด ผู้ผลิตหรือผู้ที่เกี่ยวข้องก็สามารถทำการเรียกกลับได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการสืบหาแหล่งต้นตอของโรค สารตกค้าง และสารปนเปื้อนต่างๆ ได้อีกด้วย

การใช้ระบบ QR Code ในการตรวจสอบย้อนกลับจะแสดงข้อมูลหรือแหล่งที่มา เพื่อเป็นตัวรับรองคุณภาพมาตรฐานของสินค้าว่ามีคุณภาพและปลอดภัย ทั้งยังช่วยให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ง่ายโดยอาศัยแค่สมาร์ทโฟนในการสแกน QR Code บนสินค้าเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับสินค้าและเพิ่มโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไปยังต่างประเทศ

 

Consumers are now concerned with food product information in terms of both quality and safety more than ever. Ingredient lists and expiry dates on packages may no longer be enough as consumers are eager to know a product’s origin, quality of production process, food safety free from contaminants and other information that ensures confidence when purchasing certain products.

Traceability systems play an important role in providing g this information from raw materials through the production process until products reach consumers.
Furthermore, these systems help manufacturers reduce loss during the product recall process with accurate, precise and quick response in an optimized quantity.

Thailand is a major food exporter and as kitchen of the world it is necessary to implement traceability systems into the food supply chain. Countries like the US,
EU or Japan, which all are big importers for Thailand, require strict measures for exporters, especially in the tracking and tracing of food products.

One such measurement is the US government’s requirement for food exporters to gather and verify records relevant to food products. Involved agencies have made regulations regarding the collection of manufacturer’s records for processing, packing, transportation, receiving, storage and importing of food. Every step must be traceable back to its origin and the supply chain in case there is an incident threatening to human health. Consumers are directly affected by consuming contaminated or low quality food and therefore make careful considerations before making a purchase.

Consumers must be able to access a product’s origin or find information from the source through to the finished product as part of the traceability system’s records

Current information technology contributes to the development of data transfer via electronics system for traceability systems, which benefits both manufacturers and
consumers. Smartphones are widely used nowadays and will be a key element for further usage of QR codes. With quicker response and more storage capacity than barcodes, QR codes are used in traceability systems for many applications including food labels and as convenient communication channels for consumers. QR codes can be scanned easily via mobile phones equipped with a camera and a QR code reading program. They store essential data for finding required information and link to a central database to bring information from the end-point to evaluate and send back to the smartphone. Through this process, consumers can see detailed information of food products with QR codes.

Betagro is a clear example of manufacturer using QR codes after implementing its traceability system, Betagro  e-Traceability

for its pork and chicken products since 2002. This meets the demands of consumers who use product information when buying products. Betagro is the first company to implement a traceability system into its meat products which also enhances its image as a leader in food                                                                             safety.

Consumers can trace product information immediately through a QR code by only scanning from the sticker on the products. Manufacturing and source information from all areas will appear right away.

help to build consumer trust as well as enhance standards in farm management throughout the entire production chain.

Traceability systems in Thailand are mostly developed for the meat industry, but there has been encouragement to also implement them into fresh produce to enhance product quality. This means products should be traced back to their farm plot via QR code which will also help to build consumer trust as well as enhance standards in farm management throughout the entire production chain.

Farmers will collect and send records for storage in a central database, including plant delivery number, delivery date and purchasing order number. This data will be transformed into an identity number for certain vegetables and kept as a QR code. Data in the central database can then be used to identify fresh produce and packing houses and distributors will record other relevant information in a similar way.

With this record, consumers will be able to access the origin and quality of fresh vegetables just by scanning a QR code via their smartphone with precision and convenience. If a problem is found, manufacturers or involved parties can recall products instantly and investigate the causes of any disease, chemical residue or contaminants.

QR codes for traceability systems will show information or sources to ensure product quality and safety and allow consumers to quickly verify this data with a simple scan on their smartphone. This has the potential to increase consumer trust and opportunities for export.