ยานยนต์ไร้คนขับ Game Changer ในธุรกิจส่งอาหารถึงบ้าน

0
452

ณะที่ธุรกิจ food delivery กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดด้วยการทำความเร็วในราคาที่ดีที่สุดเหนือคู่แข่งขัน พร้อมการพัฒนารูปแบบการบริการเพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงความต้องการมากที่สุด แต่อีกด้านหนึ่งธุรกิจเสิร์ฟอาหารถึงบ้านก็กำลังเคลื่อนตัวไปสู่เกมใหม่ นั่นคือการใช้ยานยนต์ไร้คนขับบริการส่งอาหารทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ตลอดจนอาหารพร้อมปรุงหรือปรุงสำเร็จต่างๆ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่มีนวัตกรรมล้ำๆ มากขึ้นเรื่อยๆ กำลังทำให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนไปสู่รูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ อย่างเช่นยานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งจะไม่เพียงส่งผลต่อการสร้างโฉมใหม่ของการเดินทางเท่านั้น แต่ยังส่งผลสะเทือนต่อธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมจัดส่งสินค้าที่จะกลายเป็น Game Changer ครั้งใหม่

เปิดศักราชยานยนต์ไร้คนขับ

ยานยนต์ไร้คนขับ” เป็นหนึ่งในกระแสที่มาแรงและถูกจับตาค่อนข้างสูงว่าจะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคบริการขนส่งสินค้า ทั้งยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่คาดการณ์ว่าจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนในช่วงทศวรรษ 2020 โดยผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้มีการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

อันที่จริงแล้ว การทดลองรถยนต์ไร้คนขับมีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920 หรือเกือบร้อยปีก่อนในสหรัฐอเมริกา ต่อมาแล็บในญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Tsukuba Mechanical Engineering Lab ก็ได้ประดิษฐ์รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองเต็มรูปแบบได้สำเร็จในปี 1977 โดยทำความเร็วได้ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปัจจุบัน Google ได้คิดค้นรถยนต์ต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติ Google Self-Driving Car โดยผู้โดยสารเพียงแค่กดปุ่มติดเครื่องยนต์ก็สามารถเข้าสู่โหมดขับเคลื่อนระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของกูเกิล ซึ่งมีส่วนประกอบ ได้แก่ เรดาร์ระบุตำแหน่ง ระบบนำทางจีพีเอส กล้องรอบตัวรถ และเลเซอร์นำทาง เพื่อตรวจสอบวัตถุในระยะไกลและใกล้ ขณะที่ Hyundai ผู้ผลิตรถยนต์จากเกาหลีใต้ ก็ได้คิดค้นระบบขับเคลื่อนไร้คนขับ Autonomous Vehicle ตามมาด้วยค่ายอื่นๆ อย่างเช่น Toyota Concept-I ที่มีระบบ AI ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ, Honda NeuV รถยนต์ไร้คนขับแนวคิดขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า ที่มีระบบ AI อัจฉริยะอย่าง Honda Automated Network Assistant เป็นต้น

นำร่องส่งอาหารถึงบ้าน

การพัฒนานวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับในอุตสาหกรรมยานยนต์นำมาสู่การเริ่มต้นศักราชใหม่ของธุรกิจขนส่งอาหารเมื่อ “AutoX” บริษัทสตาร์ทอัพ ได้จับมือกับบริษัทอีคอมเมิร์ซ GrabMarket.com ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ได้นำ “รถยนต์ไร้คนขับ” มาทำเป็น “ร้านขายของชำ” เคลื่อนที่ในปีที่แล้ว เพื่อทดสอบบริการจัดส่งสินค้าประเภทของชำ อาหารสด อาหารแห้ง ถึงมือลูกค้าถึงบ้าน โดยลูกค้าที่จะใช้บริการยังจำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทในเมือง San Jose รัฐ California ของสหรัฐอเมริกา ที่นับเป็นเมืองหลวงของ Silicon Valley ซึ่งเป็นศูนย์กลางของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Google, Facebook, Twitter ฯลฯ

สำหรับรูปแบบการให้บริการซึ่งอยู่ในช่วงโครงการนำร่องนี้ ลูกค้าจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AutoX และต้องมีร้านขายของชำเป็นของตัวเอง ที่ต้องการบริการลูกค้าจัดส่งสินค้าแบบอัตโนมัติผ่าน Lincoln MKZ ที่มีอุณหภูมิควบคุมด้วยกล้องความละเอียดสูง จากนั้นรถยนต์ไร้คนขับที่จะใช้จัดส่งสินค้าจะระบุที่อยู่ของบ้านลูกค้าผ่านระบบจีพีเอส เรดาห์ และกล้องถ่ายภาพ เมื่อเดินทางถึงจุดหมายลูกค้าจะได้รับแจ้งและได้รับรหัสที่ใช้ในการปลดล็อกประตูท้ายรถ เพื่อนำสินค้าที่สั่งลงจากรถเอง

ขณะเดียวกันที่ประเทศนอร์เวย์ Kolonial.no เว็บไซต์จำหน่ายอาหารสดแห้งออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้จับมือกับบริษัท Acando ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีไอที ทดลองให้บริการรถขายกับข้าวแบบไร้คนขับ หรือ self-driving grocery vehicle ที่ความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาตั้งแต่ปลายปี 2016 โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้ออาหารสดอาหารแห้งผ่านทางแอปพลิเคชันพร้อมชำระเงินออนไลน์ แล้วรอรับสินค้าหน้าบ้านหรือจุดจอดรถที่กระจายอยู่ตามย่านต่างๆ ซึ่งผลตอบรับออกมาน่าพอใจ และจะมีการผลักดันให้เกิดกฎหมายสนับสนุนโครงการพัฒนารถบริการลักษณะดังกล่าวต่อไป

ทางด้านร้านขายพิซซ่ารายใหญ่อย่าง Domino หลังจากที่ปีที่แล้วได้ร่วมมือกับค่ายรถดังอย่าง Ford ในการทดสอบรถยนต์ซีดานขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับส่งพิซซ่า (เป็นรถยนต์ที่มีมนุษย์ควบคุม) มาปีนี้ก็ได้ร่วมมือกับสตาร์ทอัพ Nuro ทดสอบรถส่งพิซซ่าขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไม่ต้องใช้คนควบคุมในรถยนต์รุ่น R2 ในพื้นที่ Houston โดย R2 สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 25 ไมล์/ชั่วโมง และถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะ ไม่มีพื้นที่สำหรับให้คนนั่ง มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของรถซีดาน ทำให้ R2 สามารถเข้าไปส่งของในตรอกซอกซอยแคบๆ เพื่อไปส่งพิซซ่าในอะพาร์ตเมนต์ที่อยู่ลึก และสามารถแทรกไปข้างถนนขณะการจราจรติดขัด ทำให้พิซซ่าถึงมือลูกค้าได้เร็วกว่าการส่งด้วยรถยนต์

ทาง Domino’s ระบุว่า ขณะทดสอบนี้ได้เริ่มใช้งานกับสาขา 1 สาขา หากประสบความสำเร็จทั้งในเรื่องการเพิ่มความเร็วและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะเดินหน้าการผลิตรถรุ่นนี้ต่อไปในอนาคต

จากการทดสอบก่อนหน้านี้ของเราทั้งหมด เราได้เรียนรู้ว่าลูกค้าจำนวนมากเปิดกว้างต่อแนวคิดการใช้ยานยนต์อัตโนมัติไร้คนขับในการส่งพิซซ่ามาที่บ้าน” Kevin Vasconi รองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (CIO) ของ Domino กล่าว “ลูกค้าบางคนถึงกับบอกว่า พวกเขาต้องการรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเองสำหรับการจัดส่งอาหารมากกว่ารถที่มีคนขับ ถึงอย่างนั้นเราก็ตระหนักดีว่า การใช้รถจัดส่งอัตโนมัติไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน เราเพียงแต่อยากสะท้อนว่ามีลูกค้าที่สนใจในการจัดส่งแบบนี้”

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สั่งซื้อออนไลน์จากสถานที่ที่เข้าร่วมโครงการทดสอบของ Domino จะมีโอกาสใช้บริการการจัดส่งของแบบอัตโนมัติของทาง Nuro โดยเมื่อลูกค้าเลือกบริการแบบอัตโนมัติ ลูกค้าก็จะสามารถติดตามการจัดส่งผ่านแอปของ Domino และจะได้รับรหัสที่ไม่ซ้ำกันเพื่อเปิดช่องทางการจัดส่งและรับการสั่งซื้อ

นอกจากนี้ Domino ให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันการบริการจัดส่งอาหารถึงบ้านมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยไม่เฉพาะกับร้านอาหารด้วยกันเอง แต่ยังรวมถึงธุรกิจขนส่งอื่นๆ เช่น UberEats และ Doordash โดย Domino จะใช้กลยุทธ์ “ ป้อมปราการ” เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเติบโต และควบคุมกระบวนการส่งมอบสินค้าถึงบ้าน โดยเพิ่มจำนวนสาขาใหม่ๆ เพื่อเร่งเวลาการส่งมอบให้เร็วขึ้น

เช่นเดียวกับ Kroger บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตดังในสหรัฐ เริ่มใช้ยานพาหนะไร้คนขับเพื่อส่งของชำถึงบ้านลูกค้าแล้วตั้งแต่ปลายปี 2018 โดยร่วมกับ Nuro พัฒนา “R1” (Domino คือ R2) ให้บริการจัดส่งสินค้าที่ซื้อจาก Kroger ในราคาค่าขนส่ง 5.95 เหรียญต่อครั้ง (ราว 180 บาทต่อครั้ง) ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการดังกล่าวจะสามารถสั่งซื้อสินค้าให้ส่งภายในวันนั้นหรือวัดถัดมา ก็ได้โดยไม่มีขั้นต่ำ

ปัจจุบัน R1 ยังรองรับเฉพาะการจัดส่งภายในระยะทางประมาณ 1 ไมล์ (1.6 กม.) จาก Fry’s Food & Drug ซึ่งเป็นร้านขายของชำ หนึ่งในเครือของ Kroger ที่ตั้งอยู่ในเมือง Scottsdale รัฐ Arizona และมีรูปแบบการรับสินค้าคล้ายคลึงกับ R2 นั่นคือลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ จะได้รับข้อความแจ้งเตือนเมื่อไปถึงพร้อมรหัสสำหรับเปิดประตูรถรับสินค้าด้วยตัวเอง

ADAS ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ยานยนต์ไร้คนขับใช้ระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนที่เรียกว่า Automated Driving Systems (ADSs) โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยี Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) ซึ่งเป็นระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือควบคุมการขับขี่ (เปรียบเทียบได้กับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของเครื่องบิน) โดยระบบ ADAS มีส่วนประกอบ เช่น ระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติ ระบบหลีกเลี่ยงการชน ระบบช่วยจอด ระบบคุมการขับขี่ในช่องทางจราจร และบรรดาเซนเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่รอบรถเพื่อตรวจสอบวัตถุในระยะไกลและใกล้ เป็นต้น

ผู้พัฒนายานยนต์ไร้คนขับเชื่อว่าประโยชน์สูงสุดของระบบ ADAS คือการช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการทางสายตา รวมถึงยังถูกนำมาใช้เพื่อส่งเสริมธุรกิจการให้บริการจัดส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม แม้การใช้นวัตกรรมยานยนต์ไร้คนขับส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงทดสอบและทดลอง และดูเหมือนว่ายังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกระยะหนึ่ง โดยคาดการณ์กันว่ายานยนต์อัตโนมัติสามารถนำมาใช้จริงได้เต็มรูปแบบก็จะอยู่ในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและก้าวหน้าอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็อาจเห็นการนำยานยนต์ไร้คนขับที่มีระบบอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบมาใช้บนท้องถนนอย่างจริงจังในไม่ช้าไม่นานนี้ก็เป็นได้

การพัฒนายานยนต์ไร้คนขับตามการแบ่งประเภทของ
องค์การบริหารความปลอดภัยบนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา (National Highway Traffic Safety Administration – NHTSA)

ระดับ

ความสามารถของระบบอัตโนมัติ

0

รถยนต์แบบดั้งเดิม ที่มีมนุษย์ควบคุมการจัดการรถด้วยตัวเอง ตั้งแต่สตาร์ทเครื่อง บังคับทิศทาง การเปิดสัญญาณไฟ เบรก ฯลฯ

1

รถยนต์ที่มีระบบผู้ช่วยคนขับ เช่น การมีเซนเซอร์แจ้งเตือนการเดินหน้าถอยหลัง การแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเลน เป็นต้น

2

รถยนต์ที่มีระบบอัตโนมัติบางส่วน เช่น การเร่งความเร็ว การหมุนพวงมาลัยที่คนขับสามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ระยะหนึ่ง (แต่ยังต้องมีการคอยเฝ้าดูสภาพแวดล้อมรอบรถขณะไม่ได้จับพวงมาลัย)

3

ระบบอัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข ระดับที่คนขับไม่ต้องคอยเฝ้าดูสภาพแวดล้อมรอบรถ แต่ยังต้องพร้อมเข้ามาควบคุมรถแทนได้อยู่ตลอด

4

ระบบอัตโนมัติระดับสูง เป็นระดับที่รถสามารถจัดการการขับขี่ทุกอย่างได้เองภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ และมีตัวเลือกให้คนขับเข้ามาควบคุมแทนได้

5

ระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์แบบ เป็นระดับที่รถยนต์สามารถขับขี่ได้ด้วยตัวเองในทุกเงื่อนไข

ที่มา: https://ngthai.com/science/19152/isselfdrivingcarsafety/